...........สำหรับเรื่องในพระราชฐานในวันนั้น
มีเรื่องหนึ่งพระองค์ทรงมีพระราชปรารภเรื่องการตั้งศูนย์สงเคราะห์ผู้
ยากจนใน ถิ่นทุรกันดาร ทรงตรัสถามว่า หลวงพ่อจะตั้งศูนย์สักศูนย์ได้ไหม
พ่อก็สงสัยจึงได้ทูลถามพระองค์ไปว่า
"จะตั้งศูนย์อะไร" พระองค์ทรงบอกว่า ตั้งศูนย์สงเคราะห์ผู้ยากจนในถิ่นทุรกันดารภาคเหนือ
ตามความจริงเรื่อง
ภาคๆ นี้รู้สึกคนทั้งหลายมาวิ จารณ์กันเอง โดยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ได้ตั้งให้เป็นคณะกรรมมาธิการ
และลงท้ายว่าถ้าเหนืออย่างเดียว คนทั้ง ประเทศจะเห็นว่าพระองค์อคติภาคอื่นทำไมจึงไม่ตั้ง
ขอให้ตัดคำว่าเหนือ
ออกเสีย
..........ความจริงตามความรู้สึกหลวงพ่อคิดว่าไม่มีความเสียหาย
หรือว่าถ้าทรงตั้งภาคเหนือ ถ้าเราเขียนป้ายไปว่า
ภาคเหนือ และเราก็ไปสงเคราะห์ทุกภาค ก็จะเห็นว่าน้ำพระทัยของพระมหากษัตริย์ของคนไทยตั้งศูนย์ไว้เฉพาะ
ภาคเหนือไว้เป็นเขต ก็ยังสามารถจะก้าวไปสู่จุดต่างๆ
ที่ไม่ใช่ภาคเหนือ ที่ไม่ใช่เขต
........เป็นการแสดงความกว้างขวางของน้ำใจ
แต่ความจริงสำหรับภาคอื่นพ่อทราบอยู่แล้วว่า พระบาทสมเด็จพระ
เจ้าอยู่หัวทรงมีคนแทนพระองค์อยู่แล้ว เรื่องนี้ก็ขอยกไป
ประเดี๋ยวจะสะเทือนใจกรรมาธิการพิเศษ เป็นอันว่าเมื่อ
พระองค์ทรงมีพระราชปรารภอย่างนั้น พ่อก็ทูลพระองค์ว่า
วัดกว้างขวางพอตั้งศูนย์ได้ แต่เงินไม่มี พระองค์ก็ตรัส
ว่าเงินมี แล้วก็พระราชทานเงินมาแสนบาทต่อมาเมื่อบรรดาประชาชนทั้งหลายเห็นว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่
หัวทรงไว้วางพระราชหฤทัยในพ่อ ตลอดจนกระทั่งบรรดาลูกทั้งหลายด้วย
ก็ช่วยกันสละทรัพย์ตามกำลังศรัทธาเป็น
เงินบ้าง เป็นข้าวบ้าง ปลาบ้าง เกลือบ้าง กะปิบ้าง เป็นผ้าผ่อน
ท่อนสไบบ้าง ทั้งหมดคิดแล้วสิ่งที่ได้รับเข้ามาใน
ศูนย์เวลานี้เกินเงินหนึ่งล้านบาท
..........เพราะการออกแจกแต่ละคราวก็ใช้เงิน
คิดค่าของ คราวหนึ่งหลายแสนบาท ถ้าจะคิดค่าทั้งหมดกันจริงๆ
ผล
ที่ศูนย์ได้รับจากวัตถุทุกอย่างคงจะเกินกว่าสิบล้านบาทอันนี้ก็เป็นน้ำใจของบรรดาลูกทั้งหลายและบรรดาทั้งพุทธ
บริษัทมีจิตเมตตาปราณีในคนไทยด้วยกัน ซึ่งมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นผู้นำที่ดีที่สุดที่พ่อเห็นมา
..........แล้วต่อมาก็ปรากฏว่าท่านพลเอกเกรียงศักดิ์
ชมะนันท์ ก็ได้สงเคราะห์แก่พ่อช่วยในศูนย์นี้ ให้ข้าวสารพัน
กระสอบ พืชผักสำหรับปลูก น้ำมันสำหรับทอดผัก และก็น้ำตาล
เป็นอันว่าศูนย์ของเราหรือว่าศูนย์ของพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีคนเห็นด้วยมาก และก็เต็มใจที่จะร่วมมือด้วย
นอกจากนั้นท่านผู้มีศรัทธา ช่วยพาหนะ
เรื่องพาหนะเป็นเรื่องใหญ่มาก ลองเช่าเขาไปที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนใช้เวลากี่วันนัก
เช่ารถโดยสารไปสองคันจะ
ต้องจ่ายเงินค่ารถโดยสารถึง ๒๘,๐๐๐ บาท และก็ค่าใช้จ่้ายอย่างอื่นทั้งหมด
รวมแล้วทั้งค่ากน ค่าอะไรต่ออะ
ไรต่างๆ ไม่ใช่ค่าแจกเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง สิ้นเงินไปทั้งหมดถึง
๓๓,๐๐๐ บาทเศษ
..........แต่พ่อเองก็จ่ายเงินจริงๆ
เพียง ๑,๐๐๐ บาทเศษ เท่านั้น เพราะทั้งหมดนั้นบรรดาลูกรักทั้งหลายของพ่อ
ช่วยกันสละตามกำลังศรัทธาเป็นเงินจำนวนถึง ๓๒,๐๐๐ บาทเศษ
เหลืออีกพันบาทเศษพ่อเป็นผู้จ่าย ลูกสละ
เวลาการงานด้วย สละแรงงานด้วย สละทรัพย์สินช่วยคนยากจน
และก็ช่วยกันเสียสละค่าพาหนะด้วย
..........ความน่ารักของลูกของพ่อทุกคนอย่างนี้
พ่อคิดว่า พ่อจะหาที่ไหนไม่ได้แล้ว คนอื่นเขาจะทำงานเพื่อพ่อ
อย่างการสร้างวัด ทั้งๆที่วัดอยู่ในเขตของเขา เวลาไปบอกเขามาช่วยทำเขาคิดเป็นค่าแรงงาน
ดีไม่ดีทำไปทำ
ไปขอขึ้นแรงงาน ความจริงวัดเป็นประโยชน์สำหรับเขาในเขตนั้น
แต่ว่าเขาไม่ได้เห็นน้ำใจของพ่อ ไม่ได้คิดว่า
สิ่งนี้เป็นสาธารณประโยชน์ เขาคิดว่ามันเป็นสมบัติของพ่อ
เขาจึงเรียกค่าแรงงาน
..........แต่สำหรับลูกของพ่อทุกคนนั้นจ่ายเงินเป็นค่าสงเคราะห์คนจนด้วย
จ่ายเงินเป็นค่าพาหนะด้วย เสียสละ
เวลาการงาน บางคน ก็ต้องลาการงานไป เจ้านายเขาเกลียดน้ำหน้าแล้วก็มี
แล้วก็เสียสละเงินค่าพาหนะอีก
ทั้งนี้พ่อเห็นว่าพ่อเป็นคนที่มี บุญที่สุดที่ลูกของพ่อทุกคนเป็นคนดี
สำหรับเทปหน้านี้มันหมดเสียแล้วนี่ลูก
รอฟังหน้าหลังต่อไป สวัสดี.... |