พระธาตุจอมแตง(พระเกศาธาตุ)
วัดพระธาตุจอมแตง ต.สันโป่ง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่

ประวัติพระธาตุจอมแตง

|
|
ซุ้มทางเข้าวัดพระธาตุจอมแตง |
บริเวณด้านหน้าวัดพระธาตุจอมแตง |
|
|
บันไดนาคทางขึ้นไปยังองค์พระธาตุ |
พระอุโบสถวัด |
|
|
พระธาตุจอมแตง |
รอยพระพุทธบาทจำลอง |
วัดพระธาตุจอมแตง ตั้งอยู่
เลขที่ 50 หมู่ที่ 11 ตำบลสันโป่ง อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่
วัดแห่งนี้มีเนื้อที่จำนวน 23 ไร่ 3 งาน
25 ตารางวา ตามโฉนดเลขที่ 9362 และมีที่ธรณีสงฆ์มีเนื้อที่
5 ไร่ 2 งาน 93 ตารางวา ตามโฉนดเลขที่ 29585 ได้รับพระราช
ทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2528 งวดที่ 6 ประจำปี
2527 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 106 ตอนที่ 9 วันที่
24 มกราคม 2528 กองพุทธศาสนสถาน กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2528 และทางกรมศิลปกรได้
มาสำรวจขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เป็นเจดีย์พระธาตุจอมแตงเป็นปูชนียสถาน
ประกาศขึ้นทะเบียนในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่
71 ตอนที่ 3 วันที่ 5 มกราคม 2497
ทางเข้า วัดพระธาตุจอมแตง สภาพถนนหนทางในอดีตนั้นเป็นเพียงถนนคนเดินและเป็นดินลูกรัง
ช่วงฤดูฝนไม่สามารถนำยานพา
หนะขึ้นมาได้ เนื่องจากรถยนต์ไม่สามารถขึ้นมาได้และสภาพถนนเป็นดินเหนียวและเป็นลูกรัง
ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาโดยการ
สร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กจากถนนสายใหญ่ (โชตนาเชียงใหม่ -
ฝาง กิโลเมตรที่ 25) ถึงบริเวณเขตพุทธาวาส ประมาณ 500
เมตร
วัดพระธาตุจอมแตง เป็นลักษณะเขาเนินสูงประมาณ
300 เมตร พื้นที่ของวัดมีความลาดชันโดยรอบ ปัจจุบันพื้นที่โดยรอบจะมีต้น
ไม้ หลากหลายขึ้นเต็มไปหมด มีความอุดมสมบูรณ์ในสภาพแวดล้อมของต้นไม้นานาชนิดประมาณ
70 เซนติเมตร ของพื้นที่ทั้งหมด
พระธาตุจอมแตง วัดพระธาตุจอมแตง
ประวัติพระธาตุจอมแตง
วัดพระธาตุจอมแตง ตามหนังสือแม่ริมระบือ บันลือแม่สา และหนังสือที่มีหลวงปู่พระครูสุภัทรคุณ
(หลวงปู่
คำปัน สุภัทโท) อดีตเจ้าคณะตำบลบ้านโป่ง ได้แต่งไว้เมื่อปี
พ.ศ. 2490 ได้กล่าวไว้ว่า จากการได้สืบประวัติและการเล่าสืบๆ
ต่อกัน
มาว่า วัดแห่งนี้ได้มีประวัติเกิดขึ้นในสมัยพุทธกาล กล่าวคือ
ครั้งเมื่อพระพุทธเจ้าทรงอธิษฐานประทับรอยพระบาทซ้อนลงไปเป็นรอยที่
4 ณ พระพุทธบาทสี่รอย ต่อจากนั้นพระองค์ก็ได้เสด็จมา
ตามไหล่เขาจนบรรลุถึงเขาลูกหนึ่งซึ่งเป็นที่อยู่ของฝูงแรด
(ดอยขี้แรดหรือเขาขี้แรด) ห่างจากดอยขี้แรดไปทางทิศตะวันออกประ
มาณ 1 กิโลเมตร
มีพวกล๊วะปลูกบ้านอาศัยอยู่และทำไร่ทำสวนใกล้ๆ
กับเชิงเขานั้น เมื่อพระองค์เสด็จมาถึงบนเขาขี้แรดพร้อมเหล่าสาวกเป็นเวลา
ใกล้เที่ยง ขณะนั้นมีล๊วะสองตายายกำลังทำสวนอยู่ที่เชิงเขา
ได้เห็นพระองค์เสด็จมากับพระสาวก ก็เกิดปลื้มปิติมาก จึงได้หอบหิ้ว
เอาแตงกวาขึ้นไปถวาย เมื่อพระองค์รับแตงกวาเหล่านั้นมาแล้ว
ก็ทรงถวายแก่พระสาวกกันจนครบ ด้วยอำนาจอิทธิฤทธิ์บารมีของ
พระองค์ได้ทรงอธิษฐานลูกแตงกวาไว้ 1 ลูก
หลังจากนั้นพระองค์ไดทรงโปรดสัมโมทิยคาถาด้วยพระโอษฐ์อันมีเสียงพระสุระเสียงอันไพเราะแก่ล๊วะสองตายาย
เมื่อล๊วะสองตา
ยายลากลับแล้ว พญาแรดพร้อมหมู่บริวารที่พากันอาศัยอยู่ตามเชิงเขาก็ถือโอกาสพากันมาเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระองค์ทรง
โปรดอนุเคราะห์ด้วยพระเมตาธรรม เมื่อพญาแรดและบริวารกลับไปแล้ว
พระพุทธองค์ทรงตั้งจิตอธิษฐานถอนพระเกศาใส่
ลงไปในลูกแตงกวาที่เหลือ และทรงกระทำอาการแย้มพระโอษฐ์ เหล่าพระสาวกได้เห็นเช่นนั้นก็พากันทูลถามว่าเหตุใด
พระองค์ทรงกระทำอาการเยี่ยงนั้น พระองค์ก็ตรัสว่าต่อไปภายภาคหน้า
สถานที่นี่จะชื่อว่า พระธาตุจอมแตง
กล่าวถึงล๊วะสองตายายได้เล่าเรื่องที่ตนพบเห็นพระพุทธเจ้าให้ลูกหลานฟัง
ลูกหลานได้ฟังก็ดีใจพากันส่งเสียงร้องเพื่อให้รู้กันทั่วเลย
เกิดมีเสียงโกลาหลเป็นการใหญ่ ต่อมาหมู่บ้าน นี้จึงได้ชื่อว่า
บ้านสันลัวะออ ได้ชักชวนกันจะไปเฝ้าพระพุทธองค์ เมื่อไปถึงปรากฏ
ว่า พระพุทธองค์ได้เสด็จไปแล้วคงพบแต่แตงกวาที่ใส่พระเกศาไว้เท่านั้นพวกล๊วะเหล่านั้นต่างก็ยกแตงกวามาตั้งไว้ในที่อันควรเพื่อ
กราบบูชาโดยขุดหลุมลึก 1 คาวุธ แล้วสร้างมณฑปครอบไว้ ทุกๆ
วันพระจะพากันมาไหว้สวดมนต์ภาวนาคะ
ถ่ายภาพและรวบรวมข้อมูลโดยadmin
- pimnuttapa ขออนุโมทนาด้วยอย่างสูง
ท่องเที่ยวกราบนมัสการพระธาตุ
วัดพระธาตุจอมแตง ต.สันโป่ง อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่
http://www.dannipparn.net/web/board/show.php?Category=tourbun&No=760