พระธาตุและรอยพระพุทธบาท วัดพระธาตุจอมทอง ถ.จอมทอง
อ.เมือง จ.พะเยา
(พระเกศาธาตุ, พระบรมธาตุแขนเบื้องซ้าย)

ประวัติ
วัดพระธาตุจอมทอง(พระเกศาธาตุ, พระบรมธาตุแขนเบื้องซ้าย) 
|
|
ซุ้มประตูทางเข้า |
ด้านหน้าบันไดทางขึ้น(รถยนต์ขับขึ้นไปได้) |
|
|
องค์พระเจดีย์ธาตุจอมทอง |
องค์พระเจดีย์ธาตุจอมทอง |
|
|
องค์พระเจดีย์ธาตุจอมทอง |
พระประธานภายในวิหาร |
|
|
บันไดนาคเดินขึ้น-ลง |
พระเจ้าทันใจ |
ประวัติ
วัดพระธาตุจอมทอง(พระเกศาธาตุ, พระบรมธาตุแขนเบื้องซ้าย)
ปรากฏในอดีตกาลองค์พระสัมาสัมพุทธเจ้าของเราทั้งหลายได้ตรัสรู้พระพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้วทรงประทับ
ณ พระเชตวัน
นารามมหาวิหารถึงพรรษาที่ ๒๕ พรรษาในยามกลางคืน พระองค์ทรงเล็งด้วยพระญาณเล็งดูสัตว์โลกที่ตกอยู่ในห้องแห่งมหรรณพ
นี้มากปวงหลวงหลาย แล้วทรงตรัสรำพึงว่า เราตถาคตบัดนี้มีพระชนมายุได้
๖๐ แล้ว เมื่อพระชนมายุได้ ๘๐ ปี ก็จะเสด็จดับขันธปริ
นิพพานแล จึงควรเราตถาคตเสด็จดำเนินไปโปรดเทศนาสั่งสอนเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
จากนั้นพระพุทธองค์ทรงกำหนดการเสด็จเดินทาง เมื่อปวารณาออกพรรษาแล้ว
พระพุทธเจ้าตนมีพระมหากรุณาจะเสด็จจึงเรียก
เอาพระอรหันตสาวกมีพระโสณเถร พระอุตตระเถร พระรัตนเถร และพระอานนท์
ทั้ง ๔ เป็นบริวาร พระอินทร์เป็นผู้กางฉัตรตาม
พระ พุทธองค์ พระยาเมืองกุสินารามีพระนาม พระยาอโศกถือรองเท้ากับทั้งไม้เท้าเสด็จตามพระพุทธเจ้าตามอุปัฏฐาก
พระก็เสด็จ
จากป่าเชตวันอาราม
ในวันเดือน เกี่ยง แรม ๑ ค่ำ พระองค์ก็เสด็จจากเมืองสาวัตถีโดยลำดับก็มาสู่ไชยภูมิรับเอาข้าวบิณฑบาตจากแม่ครัว
แล้วพระพุทธ
เจ้าทรงเสด็จสัญจร ไปตามแม่น้ำพิงค์ถึงลำพูน ก็ไว้พระเกษาธาตุที่ลำพูนแล้วย้อนกลับเมืองเชียงใหม่ไว้พระเกษาธาตุที่ดอยสุเทพ
บุษผาราม ยางคะ เชียงดาว สมฝาง ประทับฉันภัตตาหาร ที่ฝั่งแม่คงคา
แล้วเสด็จกลับเมืองเชียงแสน ป่าอัมพวนาราม ก็เทศนา
ธรรมรนมิราช สุทินราช และนารทชาดกครั้นพรรษา เสด็จไปเมืองลื้อแล้วไว้พระชนุ
ไปเมืองสิงห์ เมืองยองไว้เกษาธาตุที่พระธาตุ
จอมยอง ผ่านเมืองพยากไปเชียงแสนไว้พระธาตุที่จอมกิตติ ไปกู่แก้วสมชันเป็นต้น
แล้วเสด็จถึงเมืองพะยาว(พะเยา) ยังมียักษ์ตน
หนึ่งอดอาหารได้นาน ๗ วัน เมื่อเห็นพระพุทธเจ้าก็ไล่จับก็ไม่ทัน
ภายหลังพระพุทธองค์ทรงแสดงปาฏิหาริย์โดยเหยียบลงบนแผ่นหินไว้ข้างหน้ายักษ์ก่อนพญายักษ์จะไปถึง
เมื่อยักษ์ได้รู้เห็นรอยพระ
พุทธบาทนึกอัศจรรย์ใจว่าคงไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาเสียแล้ว ต้องเป็นผู้มีบุญญาวาสนามาก
พระพุทธเจ้ารู้ว่ายักษ์กลับใจ พระพุทธองค์
ที่ทรงแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ให้ยักษ์รู้ว่าเป็นพระพุทธเจ้า พระองค์ก็ทรงสั่งสอนยักษ์ให้หยุดทำบาปแล้วประทานศีล
๕ ให้พญายักษ์รัก
ษาเสร็จแล้วก็ทรงขึ้นสันดอยลูกนั้น แล้วไปพบสองตายายฟันไร่ทำสวนอยู่ในป่าเห็นพระพุทธเจ้าเสด็จมา
ก็บังเกิดความศรัทธาใคร่
จะทำบุญ แต่หาของอะไรก็ไม่มี มีแต่ครกหินตำหมากพร้อมหมากพลูยังพอมีเหลือ
ทั้งสองตายาย ก็ขอนิมนต์พระพุทธองค์อยู่แล้ว
ก็ยกเอา ครกหิน หมากพลูถวายแล้วบอกพระพุทธเจ้าว่าเราทั้งสองก็ไม่มีอาหารอะไร
มีแต่ครกตำหมากกับใบพลู เรายังมีให้ทาน
หมากพลู เมื่อพระพุทธเจ้าทรงรับครกหินแล้วหมากพลูจากสองตายาย
แล้วก็เสด็จไปประทับที่ดอยจอมทอง ที่นั้นก็พบนายช่างทอง
ผู้หนึ่งตีทองขายเป็นอาชีพอยู่บนดอยที่นั้น ช่างทองก็มีศรัทธาเลื่อมใสก็จัดทำข้าวอาหารถวายเป็นข้าวบิณฑบาตและปัจจัยอันควร
ฉันแด่พระองค์ พระองค์ทรงรับข้าวบิณฑบาตแล้วก็ฉันภัตตาหารบนดอยที่นั้น
ครั้นพระพุทธองค์ฉันภัตตาหารเสร็จ แล้วจึงตรัสแก่
พระอานนท์ว่า "ดูกรอานนท์ ฐานะที่นี่ดีนักควรตั้งศาสนา
ณ ที่แห่งหนึ่ง" แล้วพระอานนท์จึงกราบทูลขอพระธาตุต่อพระพุทธเจ้า
พระ
องค์จึงเอาพระหัตถ์ขวาลูบบนศีรษะก็ได้พระเกษา ๑ เส้นมอบให้แก่พระอานนท์
พระอานนท์ก็ทรงรับพระเกษาแล้วส่งต่อมอบให้พระ
ยาอโศก พระยาอโศกรับเอาแล้วส่งมอบให้แก่นายช่างทอง นายช่างทองจึงเอากระบอกไม้รวกมารับเอา
แล้วพระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า
"ให้พระธาตุกูพระตถาคตเข้าไว้ในดอยที่นี้เต๊อะ"
พระยาอโศกและพระยาอินทร์จึงเอาใส่ผอูบแก้ว ใส่ผอูบคำ ผอูบเงิน
และใส่ผอูบ
หิน แล้วจึงเอาลงใส่ในถ้ำลึก ๗๐ วา พระยาอินทร์ก็เจาะตามประทีปทิพย์ส่องไว้แล้วใส่ยันต์ทิพย์ไว้ตราบเท่า
๕,๐๐๐ พระวรรษา
แล้วตามประทีปส่องไว้ แล้วใส่ยันต์ทิพย์ แล้วใส่ลงในถ้ำลึก
๗๐ วา แล้วพระพุทธองค์ตรัสสั่งไว้ว่า เมื่อเราตถาคต เสด็จดับขันธปริ
นิพพานไปแล้ว จงเอาพระธาตุแขนซ้ายของพระตถาคตมาไว้ในถ้ำที่นี่
เรื่องของพระธาตุจอมทองนั้นบรรจุทั้งพระเกษาธาตุ
และยังมีพระธาตุแขนขวาหรือพระพาหาข้างขวาด้วย ที่โบราณอัญเชิญมาฝัง
ไว้แล้วก่อเจดีย์ครอบไว้พระเจดีย์ที่ครอบไว้ก่อนโน้น คือก่อนครูบาพระศรีวิชัยจะมาก่อสร้างขึ้นเมื่อ
พ.ศ. ... จำไม่ได้ แต่ทราบว่า
เป็นเจดีย์องค์เล็กๆ ย่อมๆ ซึ่งเป็นของโบราณ ค้นหาเรื่องราวของพระธาตุจอมทองก็ยากไม่มีการบันทึกไว้คงมีแต่ต่อภายหน้า
ย่อมชำรุดทรุดโทรมฉีกขาดสูญหาย แต่ดีใจอยู่หน่อยที่พระครูศรีวิราชวชิรปัญญา
พร้อมพระศรีวิชัย ครูบาแก้ว ครูบาปัญญา ท่าน
รู้ดี แต่การจดบันทึกไม่แพร่หลาย ที่เรามาตรวจดูในปัจจุบันนี้ก็มีปรากฏการณ์อยู่หลายอย่าง
๑. ก็องค์พระธาตุจอมทอง
๒. ดอกบัวหินที่ปักไว้รอบพระเจดีย์และรอบวิหาร
๓. ต้นลั่นทม (จุมปาลาว) มีอยู่ต้นขนาดใหญ่โคนต้นผุพังลงไป
เห็นแต่โคนต้นแสดงถึงความเก่าแก่ของต้นไม้
อนึ่งการบูรณะปฏิสังขรณ์ องค์พระเจดีย์ยุคกลางเราไม่สามารถจะชี้แน่ชัดลงได้
ค้นดูก็มีตำนานพระเจ้าตนหลวงที่ ๑ มีเค้าความ
อยู่พอนำมาเขียนไว้ นอกจากครั้งเมื่อเมืองพะเยายุคหลังที่คันพบแล้วบันทึกไว้คือ
ท่านพระครูศรีวิราชวชิรปัญญาอดีตเจ้าคณะ
แขวงเมือง อยู่วัดราชคฤห์แต่เมือ่ยังมีหน้าที่การปกครองอยู่
และได้อยู่ร่วมกับเจ้าผู้ครองทุกยุคทุกสมัย ท่านนักปราชญ์
บันทึก
ศึกษาเหตุการณ์ของบ้านเมืองบ้าง ทางพระพุทธศาสนาบ้าง บันทึกไว้ทุกอย่าง
ภายหลังที่ท่านรวบรวมนำมาศึกษาประวัติต่างๆ
จึงเห็นบันทึกของท่านกล่าวไว้ว่า พระยาประเทศอุดรทิศ (เจ้าหลวงเมืองแก้วบุรีรัตน์)
ขึ้นครองเมืองพะเยา ปิจุลศักราช ๑๒๑๗
พ.ศ. ๒๓๙๘ และบูรณะองค์พระเจดีย์องค์พระธาตุจอมทอง เมื่อจุลศักราช
๑๒๑๔ พ.ศ. ๒๔๐๐ ต่อมายุคพระยาประเทศอุดรทิศ
(เจ้าหลวงอินต๊ะชมภู) ขึ้นครองเมืองพะเยาตำแหน่งเจ้าหลวงได้ทรงบูรณะพระเจดีย์พระธาตุจอมทองอีกด้วย
มีข้อสังเกตคือมีการ
เจาะก้อนหินเป็นรูปดอกบัว แล้วปักตั้งไว้รอบๆ องค์เจดีย์และวิหารฯ
สร้างพระพุทธรูปหินขนาดหน้าตัก เรียกว่าพระเจ้าทันใจ และ
ยังพระองค์โลกลงมาอยู่รอบสวนพระเจ้าทันใจ ประทับอยู่ในซุ้มก่ออิฐเป็นโรงอยู่ทิศตะวันตก
ส่วนซุ้มทองทิศตะวันออก ปั้นก่อขึ้น
ใหม่
อนึ่ง ด้านหลังของซุ้มนั้นมีต้นลั่นทมอยู่ต้นหนึ่งมีสภาพเก่าแก่หลายร้อยปี
ถามผู้เฒ่าผู้แก่ทุกคนว่าเหมือนกัน ใครๆก็บอกเคยเห็น
ต้นลั่นทมหรือจุมปาลาวก็เรียกอย่างนี้นานเต็มที นับว่ากว่าร้อยๆ
ปี ดูขรุขระไป
ค้นหาตำนานประวัติและพิมพ์
โดย NOOKFUFU2
|
รอยพระพุทธบาท
 |
|
|
มณฑปครอบรอยพระพุทธบาทจะอยู่บนเขาใกล้บันไดนาค |
รอยพระพุทธบาทที่ถูกครอบไว้เรียร้อยแล้ว |
|
|
รอยนิ้ว |
รอยนิ้ว |
|
|
รอยพระพุทธบาทอีกรอยที่อยู่ด้านหลังมณฑป |
ก้อนหินรอยพระพุทธบาท |
บันทึกภาพเมื่อ ๑๔ มกราคม ๒๕๕๑