พระพุทธบาทเขาโภคา

วัดภูคาจุฬามณี ต.หัวหวาย อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์....



ประวัติตำนานอยพระพุทธบาทเขาโภคา

เรียบเรียงโดย...โสภณ สว่างหล้า

ตามตำนานท้องถิ่นกล่าวไว้ว่า เขาโภคา หรือบางท่านเรียกเขาภูคา ปัจจุบันตั้งอยู่ในเขต ต.หัวหวาย อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์
เป็นเขาลูกเดียวตั้งอยู่ห่างไกลจากเขาลูกอื่นๆ เดิมบริเวณนี้เป็นป่า ต่อมาปลายรัชกาลที่ ๕ จนถึงรัชกาลที่ ๖ ได้ทรงให้
สร้างสายรถไฟ กรุงเทพ - นครสวรรค์ ผ่านเขาลูกนี้ห่างประมาณ ๘๐๐ เมตร ช่างได้ระเบิดหินเพื่อนจะเอามาทำทางรถไฟ
ก็ไม่สามารถระเบิดได้ แม้จะผลัดเปลี่ยน พยายามกันเพียงใดก็ตามไม่สำเร็จ ต้องใช้หินจากภูเขาลูกอื่น ที่อยู่ห่างไกลออกไป
การขนส่งลำบากและสิ้นเปลืองงบประมาณไปมาก ความทราบถึงฝ่าละอองธุลีพระบาททรงเห็นเป็นเรื่องแปลก จึงสั่งยุติไม่ให้
ทำลายเขาลูกนี้ต่อไป และได้พระราชทานนามว่า "เขาโภคา" แปลว่าภูเขาอันเป็นโภคสมบัติของแผ่นดิน

ต่อมาได้มีประชาชนอพยพเข้ามาปลูกบ้านเรือนอาศัยอยู่ชายภูเขาลูกนี้ได้ประมาณ ๓๐ หลังคาเรือน ได้มีพระธุดงค์จารึกมา
ปฏิบัติธรรมในถ้ำของภูเขาลูกนี้ เช่น สมเด็จพระพุฒาจารย์โต, พระอาจารย์มั่น, หลวงปู่โอภาสี, หลวงพ่อเดิม,
พระอาจารย์สิม, พระอาจารย์ฝั้น, หลวงปู่บุดดา, หลวงปู่สงฆ์, พระอาจารย์วิริยัง, พระอาจารย์อ่อน, หลวงปู่โง่น
ฯลฯ
พระเถระทั้งหลายได้ปฏิบัติธรรมที่นี่จนบรรลุธรรม ณ ภูเขาลูกนี้ หลายครั้งหลายคืนได้มีชาวบ้านเห็นรูปปราสาทมีรัศมี
สว่างทั้งองค์ปรากฏขึ้นที่ไหล่เขาหลังหมู่บ้านของตน จึงพากันมาดูแต่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ได้เข้าไปถามพระเถระที่มาปฏิบัติ
ธรรมในถ้ำ พระเถระตอบว่าสงสัยจะมีรอยพระพุทธบาทอยู่ ชาวบ้านได้ขึ้นไปค้นก็ไม่พบอะไร เพราะมีต้นไม้รกขึ้นเต็มไป
หมด อยู่ต่อมามีพระเถระนักวิปัสสนาจาริกมาจากจังหวัดสุพรรณบุรี เข้ามาปฏิบัติธรรมในถ้ำของภูเขา เมื่อชาวบ้านเล่าเรื่อง
นี้ให้ฟัง ท่านจึงได้ขึ้นไปค้นหลายหนให้ชาวบ้านที่เคยเห็นชี้ให้ดูแสงสว่างตรงไหนชาวบ้านชี้ให้ดู ได้ขึ้นไปค้นอีกจนอ่อนแรง
กำลังจะเลิกกลับลงมาอยู่แล้ว ได้ขึ้นไปนั่งพักเหนื่อยอยู่บนก้อนหินใหญ่ มีต้นไผ่รวกขึ้นอยู่กลางก้อนหินนั้นกอใหญ่กลางก้อน
หิน เป็นหลุมมีดินอยู่เต็ม นั่งพักอยู่มองไปเห็นผิดปกติเพราะเป็นรูปยาวใหญ่ ลักษณะสี่เหลี่ยมผืนผ้า จึงสั่งให้โยมที่ไปด้วยขุด
ถอนกอไผ่รวกออก โกยดินออกหมดเห็นรอยเท้ามี ๕ นิ้ว จึงแน่ใจว่าต้องเป็น รอยพระพุทธบาทของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธ
เจ้านั้น ทรงเหยียบที่ใดแม้โรยฝุ่นขาวก็จะไม่ปรากฏรอยให้เห็น แต่ถ้าประสงค์จะให้ปรากฏรอย แม้หินผาหรือแผ่นเหล็ก ก็จะ
อธิษฐานให้ปรากฏได้ ใหญ่เล็ก ตามปราถนา ด้วยเหตุนี้พระเถระและประชาชนชาวพุทธได้พบเห็นทั้งหลายเชื่อสนิทว่า ไม่มี
รอย
เท้ามนุษย์ไหนจะเหยียบหินให้เป็นรอยได้ นอกจากพระพุทธเจ้าองค์เีดียวเท่านั้น จึงได้เชื่อว่านี้คือ "รอยพระพุทธบาท"
ดังนั้น จึงได้ติดต่อราชการขอตั้งสำนักสงฆ์ชื่อ "วัดเขาโภคา" ญาติโยมกับพระภิกษุได้ช่วยกันสร้างวัด สร้างพระประธาน
ใหญ่บนไหล่เขานี้ มีพระภิกษุรูปนี้ได้เป็นเจ้าอาวาสชื่อ "พระครูพลอย เตชพโล" มีพระจำพรรษา ๕ รูป แม่ชี ๔ รูป ตั้งมา
นาน ๑๘ ปี (หลักฐานปี ๒๕๓๐) ในปี ๒๕๓๔ เจ้าอาวาสองค์เดิมได้อาพาธ และมรณภาพในเวลาต่อมา ในปีเดียวกันได้เข้า
เป็นวัดสาขาที่ ๑๖ ของวัดสังฆทาน จังหวัดนนทบุรี เจ้าอาวาสองค์ปัจจุบัน คือ "พระอธิการ สามารถ สมาธิโก"

 

ตำนานถ้ำเขาภูคา

ตามตำนานท้องถิ่นที่กล่าวไว้ว่า "ถ้ำภูคา" หรือบางท่านเรียกว่า "ถ้ำเขาภูคา" ตั้งอยู่ในบริเวณเชิงเขาภูคา ซึ่งเป็นถ้ำ ๑ ใน ๓
ถ้ำของ จำนวนถ้ำทั้งหมด(อีก ๒ ถ้ำ คือ ถ้ำนกฮูก และถ้ำงู) ซึ่งอยู่กลางดงยาง มีหนองน้ำใหญ่ใกล้เชิงเขา บรรยากาศสงบร่มรื่น
เย็นวิเวกที่ดินปากถ้ำก็ราบเรียบ ข้างในถ้ำตรงกลางจะมีปล่องทะลุให้แสงแดดและลมพัดผ่าน ทำให้อากาศสามารถถ่ายเทได้ดี

ในอดีตเป็นสถานที่ที่พระอริยสงฆ์บำเพ็ญบารมีจนได้บรรลุธรรมในถ้ำภูคานี้มาก่อน เช่น หลวงปู่สงฆ์ พรหมสโร, หลวงปู่บุดดา
ถาวโร, สมเด็จพระพุฒาจารย์ โต, หลวงพ่อเดิม, หลวงพ่อเงิน วัดบางคลาน, พระอาจารย์สิม, หลวงปู่โง่น, พระอาจารย์วิริยัง,
หลวงปู่มั่น, หลวงปู่ฝั้น ฯลฯ รวมทั้งเป็นสถานที่ที่หลวงปู่บุดดา ได้พบบิดาในอดีตชาติ(ระลึกชาติได้) คือหลวงปู่สงฆ์ พรหมสโร
ที่ถ้ำภูคาแห่งนี้ ภายในถ้ำจแบ่งเป็น ๓ ส่วน ส่วนแรกจะมีบ่อน้ำอยู่บริเวณทางเข้า ส่วนที่สองจะเป็นบริเวณที่หลวงปู่สงฆ์, หลวง
ปู่บุดดา บำเพ็ญภาวนา ส่วนที่สาม เป็นเหลือบถ้ำสำหรับบำเพ็ญภาวนาที่ต้องการความวิเวก และตัดสิ่งรบกวนจากโลกภายนอก
มากๆ ตามคำกล่าวของหลวงปู่บุดดา ขณะที่ท่านบำเพ็ญภาวนาได้เห็นพระภิกษุสงฆ์ออกมาเดินจงกรมกันเต็มถ้ำแต่
ไม่ยอมพูดจา รอยเท้าก็ไม่มี พอท่านหันหลังก็หายไป
รวมทั้งพระกรรมฐานองค์อื่นไปพัก ได้เห็นพระธาตุเสด็จมาเป็น
ของพระภิกษุณี รวมทั้งวิญญาณของเจ้าของทรัพย์อีกมากมาย หลวงปู่บุดดายังได้เห็นพระธาตุเสด็จมาอีก ๓ องค์

หลวงปู่ทั้งสองท่านได้ไปโปรดญาติตามหมู่บ้านใกล้ๆ ถ้ำภูคา ชื่อ โยมสิลา แสงสีนิล เป็นประจำ ซึ่งโยมดังกล่าวปัจจุบันได้ถึงแก่
กรรมแล้ว ด้วยอายุ ๑๐๘ ปี นับว่า "ถ้ำภูคา" หรือ "ถ้ำเขาภูคา" เป็นสถานที่สัปปายะ อันมีคุณค่ายิ่งที่หลวงปู่บุดดา ถาวโร และ
หลวงปู่สงฆ์ พรหมสโรรวมทั้งพระอริยสงฆ์อีกหลายๆองค์ ที่ได้มาบรรลุธรรมนำตนให้ออกจากวังวนแห่งวัฏฏสงสารได้สำเร็จ

ข้อมูลจากหนังสือ ชีวิต การงาน หลักธรรม หลวงปู่บุดดา ถาวโร : ธรรมสภา : ๒๒/๒/๓๗

เที่ยมชม นมัสการรอยพระพุทธบาทภูคา อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์
http://www.dannipparn.net/web/board/show.php?Category=tourbun&No=386