รอยพระพุทธบาท

รอยพระพุทธบาท สนามกีฬาแห่งชาติ ปทุมวัน กรุงเทพฯ


(รอยที่ ๑ ที่คณะเวบแดนนิพพานเิพิ่งค้นพบ)

บันทึกการค้นพบรอยพระพุทธบาทโดยคณะเวปแดนนิพพาน

เป็นก้อนหินรอยพระพุทธบาทก้อนขนาดไม่ใหญ่มากนัก ยาวประมาณ ๒ เมตร กว้างประมาณครึ่งเมตร รอยพระพุทธบาทยาว ประมาณ ๒๕ ซ.ม. กว้างประมาณ ๑๓ ซ.ม.

อ้างอิงจากหนังสือตามรอยพระบาทเล่ม ๑ โดย พระชัยวัฒน์ อชิโต วัดจันทราราม(วัดท่าซุง) จ.อุทัยธานี

จากข้อมูลหนังสือตามรอยพระพุทธบาท ฉบับรวมเล่ม ๑ หน้าที่ ๑๖ ในหมวดรอยพระพุทธบาทภาคกลาง กรุงเทพมหานคร ณ สนามกีฬาแห่งชาติ ปทุมวัน หลังจากที่หลายๆคนในคณะฝันเห็นรอยพระพุทธบาทกันอยู่หลายวัน จึงได้ตกลงใจกันว่าอยากจะไปกราบรอยพระพุทธบาทที่อยู่ใกล้ๆ โดยอ่านเจอว่าที่กรุงเทพก็มีรอยพระพุทธบาทเช่นกัน จึงได้ตกลงใจกันที่จะไปกราบรอยพระพุทธบาทตามที่หนังสือบอก ดังกล่าว

เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๕๐ ทางเวปแดนนิพพานตั้งใจอยากจะตามรอยพระพุทธบาท ตามที่ได้กล่าวมาแล้ว ก่อนออกจากบ้านก็ สวดมนต์ไหว้พระ ขอพรให้ได้เจอรอยพระบาท โดยไม่ยากนัก หลังจากนั้นก็เดินทางออกจากบ้านประมาณ ๑๓.๐๐ มาถึงสนาม กีฬาแห่งชาติปทุมวัน ก็เวลาประมาณ ๑๕.๐๐ พอดี ในวันนี้มีงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์กับจุฬา อีกทำให้มีคนเยอะมาก มาแล้วก็มืดแปดด้าน เพราะคนเยอะทำให้เป็นอุปสรรคตามรอยพระบาทในครั้งนี้แน่นอน และก็มีตำรวจทหารอยู่เต็มไปหมด คอยอำนวยความสะดวกป้องกันเหตุต่างๆ ภายในพื้นที่ด้วย ด้วยเห็นแบบนี้ก็คิดว่าด่านแรกต้องหาทางเข้าไปให้ได้ก่อนเพราะประตูข้างหน้าปิดก็เดินตามคนมาเรื่อยๆ จนเห็นทางเข้าผ่านทางศึกษาภัณฑ์ได้พอดีก็รีบเข้า จากนั้นก็เดินรัดเลาะตามความรู้สึกมาเรื่อยๆ มาทางด้านหน้าสมาคมเทเบิลเทนนิสแล้วอยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงก้องในหัวบอกว่า "เดินตรงไปแล้วให้เลี้ยวขวาข้างหน้า" จึงเดินไปทางขวาข้างหลังสนามฟุตบอลพอดีมียามอยู่คนหนึ่งได้จังหวะ ก็เลยถามยามว่าสวนหย่อมแถวนี้อยู่ตรงไหน ยามก็ชี้ไป ทางศาลใหญ่ แต่ตอนที่ยามชี้ไปทางศาลใหญ่นั้นก็เกิดความรู้สึกกระทบมองไปที่ก้อนหินใหญ่ที่วางซ้อนทับกันอยู่ไม่ไกลนัก จึง ช่วยกันเข้าไปค้นหาดูทำให้พบว่าบนหินมีรอยคล้ายรอยพระพุทธบาทอยู่ และทุกคนในทีมรู้สึกได้ถึงกระแสคลื่นเย็นหน่วงที่แผ่ ออกมากระทบที่จุดตรงหน้าผาก (คล้ายกับตามที่ได้รับจากรอยพระบาทแต่ละแห่ง) เมื่อรับคลื่นได้พร้อมๆกัน จึงได้ช่วยกัน ตรวจสอบสันฐานต่างๆ ของรอย แต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อ100% เพราะคิดว่ายังไม่ใช่ผู้ที่รู้จริง และก้อนหินเหล่านี้ก็ไม่ได้อยู่ในสวน หย่อมอย่างที่ในหนังสือบอก น่าจะลองเดินไปดูที่สวนหย่อมก่อน เมื่อไปถึงส่วนหย่อมก็เจอศาล หลวงพ่อลือ หลวงปู่ศุข และ กรมหลวงชุมพร และทางทีมงานก็สังเกตบริเวณรอบๆ มองเห็นกระบอกเซียมซีตั้งอยู่ คราวนี้ก็เลยเซียมซีถามว่า

เสี่ยงครั้งที่หนึ่ง... ถ้าใช่รอยพระพุทธบาทขอให้เลขเซียมซีออกมา มีเลข ๑ หรือไม่ก็เลข ๒ ผลปรากฏว่าออกเลข "๒๒"

เสี่ยงครั้งที่สอง... จากนั้นเพื่อความแน่ใจจึงถามอีกในครั้งที่สองโดยคำถามคล้ายกับข้อแรกก็เสี่ยงได้เลข " ๑ "

เสี่ยงครั้งที่สาม.... แล้วเสี่ยงครั้งที่สามเพื่อความชัวร์โดยถามว่าถ้าใช่พระพุทธบาทจริงขอให้เซียมซีได้เลข ๓ ผลปรากฏว่า
เสี่ยงได้เลข "๓" ตรงตามคำอธิษฐาน


หลังจากเสี่ยงเซียมซีแล้วผลออกมาตรงตามคำอธิษฐานทีมงานถึงกับขนลุกด้วยปิติและไม่รอช้า... รีบวิ่งไปทำความสะอาดล้าง รอยพระพุทธบาท และพรหมน้ำหอมบูชารอยพระพุทธบาท และก็กลับไปเอาพวงมาลัยไปบูชาถวายรอยพระบาทที่ตรงศาลแทน เพราะไม่กล้าวางที่รอยพระบาท เกรงว่าคนที่เดินผ่านไปผ่านมาจะปรามาสเข้า (หลังจากนั้นก็ได้ถ่ายภาพตอนที่เอาพวงมาลัย บูชารอยพระบาทก็มีภาพแสงพุ่งตรงลงมาที่ศาลด้วย) จากคำบอกเล่าของท่านผู้ช่วย ผอ. อานุภาพ เกษรสุวรรณ์(ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนัก) บอกว่าก้อนหินเหล่านี้ถูกนำเข้ามาตั้งแต่สมัย รัชกาลที่ ๕ เป็นก้อนหินของวังเก่า (แต่เดิมเป็นก้อนหินที่อยู่ในป่านำออกมาโดยพรานคนหนึ่ง) (แต่ก่อนบริเวณตรงนี้เคยเป็นวัง มาก่อนปัจจุบันเสาวังก็ยังปรากฏอยู่ เดิมเป็นที่ดินของรัชกาลที่ ๕) เคยมีคนมาขโมยหินไป 2 ก้อน ปรากฏว่าอยู่ไม่ได้ สุดท้ายก็ ต้องเอาใส่รถกลับเข้ามาคืนที่เดิม จากตอนแรกที่เข้าใจว่าคงจะเป็นรอยเดียวกับที่ในหนังสือบอก กลับกลายเป็นว่าได้ไปพบเจอรอยใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นคนละรอย กับที่คุณอภิชัยได้ไปเจอ และเป็นรอยพระพุทธที่สมบูรณ์มาก เพราะมีนิ้วเท้าครบ และนิ้วเท้ายาวเท่ากันหมด

ตอนแรกที่พบหินวางอยู่ในสภาพที่ไม่สมควร
ทำเรื่องขอย้ายสถานที่วางหินในไปอยู่ในที่ที่เหมาะสมสำเร็จ!
ภาพถ่ายติดปาฏิหาริย์ขณะวางดอกไม้บูชา
เคลื่อนย้ายมาอยู่ในที่ที่สมควรเพื่อรอสร้างมณฑปเสร็จ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


รอยพระพุทธบาทเกือกแก้วอีก ๒ รอยที่ค้นพบโดยคุณอภิชัย

รอยพระพุทธบาทเกือกแก้ว(ไม่มีนิ้วเท้า)
รอยพระพุทธบาทเกือกแก้วใต้ฐานพระฤๅษี
รอยพระพุทธบาทเกือกแก้ว(ไม่มีนิ้วเท้า)อีกรอย
รอยพระพุทธบาทอีกรอยจะอยู่ในช่องหิน


บันทึกการค้นพบรอยพระพุทธบาทเกือกแก้วของคุณอภิชัย

เมื่อข้าพเจ้า(อภิชัย)ได้เลิกจากการงานในแต่ละวันแล้ว ข้าพเจ้าได้ไปออกกำลังกายเป็นประจำที่สนามกีฬาแห่ง ซึ่งข้าพเจ้าไปบ่อย มาก แต่ไม่เคยสังเกตดูเร่องรอยพระพุทธบาทมาก่อน จนกระทั่งวันหนึ่งข้าพเจ้าได้เดินออกกำลังกายไปบริเวณที่มีหิน ที่ทาง สนง.กีฬาได้นำมาจัดสวนเพื่อความสวยงามนั้น ปรากฏว่า เห็นเป็นรอยนิ้ว คล้ายรอยเท้าคน ซึ่งก็คล้ายๆ กับที่ข้าพเจ้าได้เดินทางไปสำ รวจรอยพระพุทธบาทที่อื่นๆ มา แต่ก็ยังไม่เอะใจอะไรนัก พอวันต่อๆ มา สงสัยจึงได้เดินสำรวจ ปรากฏว่ามีหินเป็นจำนวนมากที่มี รอยคล้ายรอยเท้า จึงได้ปรึกษากับพี่ศราวุฒิ ให้มาสำรวจ ก่อนที่พี่ศราวุธจะมาสำรวจนั้น ข้าพเจ้าได้เดินไปสำรวจหินที่จัดอยู่ในสวนภายในนั้นจะมีรูปปั้นพระฤๅษีอยู่ ข้าพเจ้าได้อธิษฐานว่าหินพวกนี้มาจากที่ใด และในคืนนั้น ท่านมาบอกว่า หินพวกนี้ ได้นำมาจาก บริเวณทางภาคเหนือของประเทศไทย แต่ข้าพเจ้าจำไม่ได้แล้วว่านำมาจากจังหวัดอะไร(ลืมไปสนิทใจ) หลังจากคุณศราวุฒิได้มา สำรวจแล้ว จึงได้ส่งรายงานให้หลวงพี่ชัยวัฒน์ แห่งวัดท่าซุงได้มาสำรวจ ปรากฏว่า หลวงพี่ได้รับรองว่าเป็นรอยเท้าของพระจริง ซึ่ง เป็นเรื่องที่น่ายินดียิ่ง

พบรอยพระพุทธบาทใหม่ ณ สนามกีฬาแห่งชาติ ปทุมวัน
http://www.dannipparn.net/web/board/show.php?Category=sontana&No=534