พระแท่นปรินิพพาน, บ่อบ้วนพระโอษฐ์, ปล่องพญานาค,
เขาถวายพระเพลิง, สวนนายจุนทะ 
วัดพระแท่นดงรัง อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี
(พระแท่นที่ปรินิพพาน)
พระแท่นปรินิพพาน, บ่อบ้วนพระโอษฐ์, ปล่องพญานาค,
เขาถวายพระเพลิง, สวนนายจุนทะ 
|
|
ด้านหน้าวิหารพระแท่น |
แท่นหินบดยาโบราณของท่านหมอชีวกโกมารภัจจ์ |
สำหรับสถานที่นี้เป็นพุทธสถานที่สำคัญมาแต่โบราณกาล
ตามความเชื่อของคนไทยซึ่งมีหลักฐานใน "นิราศพระแท่นดงรัง"
ที่ได้
บรรยายไว้เป็นคำกลอนของนายมี(หมื่นพรหม สมพัตสร์) เมื่อ พ.ศ.๒๓๗๙
ก็เชื่อได้ว่า เป็นสถานที่ที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาปรินิพ
พานจริง อีกทั้งยังมี พระแท่น, บ่อบ้วนพระโอษฐ์,
เขาถวายพระเพลิง และอื่นๆ อีกที่ยังปรากฏอยู่เป็นหลักฐาน ส่วน
แต่เดิมมีต้นรัง
คู่ขึ้นอยู่ริมพระแท่นข้างละต้น โน้มยอดเข้าหากัน
ดังปรากฎอยู่ในนิราศพระแท่นดงรังตอนหนึ่งว่า
"
..
ในระหว่างนางรังทั้งคู่ค้อม
แต่ไม้รังยังรักพระศาสดา ชวนกันไปไหว้พระแท่นแผ่นศิลา
คำนับน้อมกิ่งก้านก็สาขา
อนิจจาเราเกิดไม่ทันองค์..."
และยังมีอีกท่านหนึ่งที่เชื่อว่าพระแท่นดงรัง
จ.กาญจนบุรีเป็นของจริง คือ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงเล่าไว้ว่า
ท่านได้เดินทางไปนมัสการ สังเวชนีย
สถาน ๔ แห่ง ณ ประเทศอินเดีย คือสถานที่ ประสูติ ตรัสรู้ แสดงธรรม
และปรินิพพาน ให้
ท่านเจ้าคุณองค์หนึ่งในกรุงเทพฯ ฟัง พระเถระองค์นั้นฟังแล้วก็ยิ้มๆ
ไม่พูดอะไร แต่พอมรณภาพก็มีหนังสือที่ท่านเขียนเอาไว้
ก่อนตายเพื่อแจกให้เป็นที่ระลึกแก่ผู้ที่มางานศพของท่าน ในหนังสือเล่มนั้นบอกว่า....
"พระพุทธเจ้ามาปรินิพพานที่เมืองไทย
คือ พระแท่นดงรัง นี่เอง..."
พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระราชพรหมยานเคยได้กล่าวถึง
"พระแท่นดงรัง" แห่งนี้ไว้ว่า... "ตามที่ประวัติกล่าวว่า
พระมหา
กัสสป เดินทางมาจาก "ปาวาลเจดีย์"
นั้น ท่านมาจาก "ดงพญาไฟ" (สมัยนี้เรียกว่า
ดงพญาเย็น) แล้วมาถวายบังคมที่พระบรม
ศพที่ "พระแท่นดงรัง" นี่เอง...."
ส่วนที่เป็นพระแท่นนั้นเป็นปลายของเทือกศิลาที่ยื่นออกมา
มีลักษณะเป็นศิลาแท่งสูงข้างหนึ่ง ต่ำข้างหนึ่ง ข้างสูงวัดได้ศอกคืบ
และยังมีส่วนที่สูงขึ้นไปอีกเหมือนเป็นหมอน กว้างประมาณคืบเศษ
สูงประมาณหนึ่งคืบ ข้างปลายพระแท่นสูง ๑๖ นิ้ว พระแท่นยาว
๑๑ ศอกคืบ กว้าง ๔ ศอก เศษบริเวณส่วนบน ส่วนล่างกว้าง ๓ ศอก
เศษ ....
ลำน้ำหมอสอและลำพระยาพายเรือ
ลำน้ำหมอสอ เป็นลำน้ำเล็ก ๆ ไหลผ่านไหล่เขาถวายเพลิง
ในบริเวณพระแท่นดงรัง และทอดยาวไปสู่อำเภอกำแพงแสน มีน้ำตลอดปี
ลำน้ำนี้มีประวัติเล่ากันมาว่า ครั้งเมื่อพระพุทธเจ้าประชวรหนัก
มีหมอมารออยู่ที่ลำน้ำนี้ แต่ข้ามไม่ได้ ลำน้ำนี้จึงได้ชื่อว่า
ลำน้ำหมอรอ
แต่ภายหลังเพี้ยนเป็นหมอสอ มีอยู่ตอนหนึ่งของลำน้ำชาวบ้านเรียกกันว่า
ลำพระยาพายเรือ มีประวัติเล่าสืบกันมาว่า ในขณะที่หมอกำ
ลังรอไปเฝ้ารักษาพระพุทธเจ้าอยู่นั้น มีพระยาคนหนึ่งนั่งเรือ
มีบ่าวไพร่พายเรือมา เมื่อทราบว่าพระพุทธเจ้าประชวรหนักกลัวจะไม่ทัน
กาล พระยาผู้นั้นจึงช่วยพายเรือด้วย ลำน้ำตอนนั้นจึงได้ชื่อดังกล่าว
หินบดยาโบราณ
กล่าวกันว่าเป็น ที่บดยาถวายการรักษาพระพุทธเจ้า
โดยเจ้าของแท่นหินบดยานี้คือ "ท่านหมอชีวกโกมารภัจจ์"
ตรงกับตามที่กล่าว
ไว้ในพุทธประวัติ... นายจุนทะกุมารบุตร ผู้ถวายมังสะสุกรอ่อน(มะม่วงสุก)แก่พระพุทธเจ้า
เมื่อพระพุทธเจ้าเสวยแล้วก็เกิด
ประชวรลงพระโลหิต เสด็จดับขันธปรินิพพานที่พระแท่นดงรัง
สวนนายจุนทะกุมารบุตร
บริเวณป่าทางทิศเหนือของพระแท่นดงรัง
ห่างออกไปประมาณ ๕๐๐ เมตร มีลักษณะเป็นสวนผลไม้มี ต้นมะม่วง
มะตูม และต้นตาล
โตนด ปรากฎอยู่ถึงปัจจุบัน กล่าวกันว่าเป็นสวนของนายจุนทะกุมารบุตร
ปัจจุบันชาวบ้านได้เข้ามาทำการสร้างบ้านเรือนอยู่อาศัยทับ
ที่เดิม จึงแทบไม่เหลือความเป็นสวนให้ได้เห็นชัดเจนเช่นดังแต่ก่อนแล้ว
|
|
ทางไปบ่อบ้วนพระโอษฐ์ |
บ่อบ้วนพระโอษฐ์ |
บ่อบ้วนพระโอษฐ์
อยู่ด้านหลังของวิหารพระแท่นปรินิพพาน
พระราชนิพนธ์ พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง ว่า "...เป็นศิลายาวประมาณ
๖ นิ้ว กว้าง
๔ นิ้ว ลึก ๒ ศอก ว่า เป็นที่บ้วนพระโอษฐ์ของพระพุทธเจ้า
"
บ่อบ้วนพระโอษฐ์ จะเป็นช่องเข้าไปในหิน สมัยก่อนช่องจะแคบกว่านี้
แต่มีการเปิดปากช่องให้กว้างเพื่อให้ตักได้น้ำออกมาได้สะดวก
โดยน้ำในบ่อนี้จะมีอยู่ตลอดทั้งปี จากการสอบถามจากแม่ชีท่านหนึ่งกล่าวว่า
เคยตักเอาน้ำออกไปมาก ไม่นานน้ำจากไหนไม่ทราบ
ก็จะค่อยๆซึมเพิ่มขึ้นมาอีกจนเท่าเดิมเป็นที่น่าอัศจรรย์มาก
|
|
ทางบันไดขึ้นเขาถวายพระเพลิง |
รอยพระพุทธบาทจำลอง |
เขาถวายพระเพลิง
ยอดสูง ๔๕ เมตร บนยอดเขามีมณฑปขนาดเตี้ยครอบพระพุทธบาทจำลองไว้
นอกจากนี้ หลวงปู่วัย ที่อยู่หินกอง
จ.สระบุรี ท่านก็ยืนยันด้วยว่าที่นี่เป็นที่จริง
ทั้งยังได้มากราบนมัสการเป็นประจำทุกปี พร้อมกับ
บอก อีกว่า แม้เขาถวายพระเพลิง ก็เป็นของจริงเช่นกัน
ส่วนหลักฐานโบราณวัตถุ ท่านเจ้าคุณพระราชกวี วัดโสมมนัสวรวิหาร
ก็ได้แสดงความเห็นไว้ในพุทธสาสนสุวัณณถูมิปกรณ์ว่า.... "ในทางเหนือเส้นเขตแดน
จ.ราชบุรีและเข้าไปถึง จ.กาญจนบุรี มีซากโบ
ราณเป็นเมืองอยู่ ชื่อว่า "โกสินราย" และมีวัดชื่อว่า
"โกสินารายณ์" ซึ่งใกล้เคียงกับชื่อว่า
"เมืองกุสินารา" สมคล้องกันมาก...."
บนยอด เขาถวายพระเพลิง มีมณฑปเตี้ย
ๆ รูป ๑๒ เหลี่ยม สร้างครอบเชิงตะกอน ที่ถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระเมื่อเสด็จปรินิพ
พานแล้ว
ปล่องพญานาค
ในบริเวณป่ารังอยู่ทางทิศใต้ของพระแท่นไปประมาณ
๒๐๐ เมตร มีบ่อลึกอยู่ ๑ บ่อ ที่ปากบ่อมีอิฐโบราณก่อเป็นขอบบ่อ
มีน้ำขังใน
บ่ออยู่ตลอด กล่าวกันสืบมาว่า บ่อแห่งนี้เป็นปล่องพญานาคที่ขึ้นมานมัสการเชิงตะกอน
ที่ถวายพระเพลิงพระสรีระพระพุทธ
เจ้าบนเขาถวายพระเพลิง ตั้งแต่ครั้งโบราณ
เที่ยวชม วัดพระแท่นดงรัง
อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี
http://www.dannipparn.net/web/board/show.php?Category=tourbun&No=366